
การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน เป็นสาเหตุที่สามารถพบได้บ่อยที่ทำให้เกิดอาการผมร่วงของผู้สูงอายุ เฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย ซึ่งระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลให้เกิดผมร่วงแบบ Androgenetic Alopecia หรือผมร่วงแบบเพศชาย ซึ่งจะทำให้เกิดอาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ โดยส่วนมากจะเริ่มร่วงบริเวณด้านหน้าและด้านบนของศรีษะ
สำหรับผู้หญิง การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ยกตัวเช่น ภาวะหมดประจำเดือน ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และภาวะต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดผมร่วงแบบกระจายทั่วศีรษะ
กลไกการเกิดผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน
ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะถูกเปลี่ยนเป็น DHT (Dihydrotestosterone) โดยเอนไซม์ 5-alpha reductase DHT ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดนี้จะที่ส่งผลต่อการทำงานของต่อมไขมันที่หนังศีรษะ ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ส่งผลกระทบให้รูขุมขนอุดตันและเส้นผมหลุดร่วง
โดยการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับเพศ โดยในผู้ชายระดับฮอร์โมนจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น และจะเปลี่ยนแปลงในลักษณะตรงกันข้ามในเพศหญิง กล่าวคือ จะมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และส่งผลให้เกิดอาการผมร่วงได้นั่นเอง
การรักษาอาการผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน
การรักษาอาการผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ เช่น หากเกิดจากภาวะหมดประจำเดือน แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาฮอร์โมนทดแทน, หากเกิดจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษ แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาต้านไทรอยด์ หรือหากเกิดจากภาวะต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ เป็นต้น
สำหรับการรักษาอาการผมร่วงแบบ Androgenetic Alopecia ในผู้ชาย มีแนวทางการรักษาดังนี้
●ยาทา : ยาทาที่มักใช้ในการรักษาอาการผมร่วงแบบ Androgenetic Alopecia ได้แก่ ยา Finasteride และ Minoxidil ยาเหล่านี้สามารถช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ได้
●ยารับประทาน : ยารับประทานที่มักใช้ในการรักษาอาการผมร่วงแบบ Androgenetic Alopecia ได้แก่ ยา Finasteride ยาเหล่านี้สามารถช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ได้
●การผ่าตัดปลูกผม : การผ่าตัดปลูกผมเป็นวิธีรักษาอาการผมร่วงแบบ Androgenetic Alopecia ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยแพทย์จะย้ายรากผมจากบริเวณที่มีผมหนามาปลูกบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง
ผลข้างเคียงของการรักษาอาการผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน
การรักษาอาการผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น
●ผลข้างเคียงของยาทา : ยา Finasteride อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องผูก เป็นต้น ยา Minoxidil อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการระคายเคืองหนังศีรษะ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
●ผลข้างเคียงของยารับประทาน : ยา Finasteride อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องผูก อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น
●ผลข้างเคียงของการผ่าตัดปลูกผม : การผ่าตัดปลูกผมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการปวด บวม แดง คัน หนังศีรษะอาจเกิดแผลเป็นได้

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผมร่วง
นอกจากการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดแล้ว ยังสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดผมร่วงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้
●รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อเส้นผม เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี ธาตุเหล็ก สังกะสี เป็นต้น
●หลีกเลี่ยงความเครียด : ความเครียดสามารถส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นผมได้
●ดูแลเส้นผมให้ถูกวิธี : หวีผมอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการสระผมบ่อยเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผมมากเกินไป
●ควบคุมน้ำหนัก : น้ำหนักที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นผมได้

ดังนั้น หากผู้สูงอายุมีอาการผมร่วง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้อาการผมร่วงรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและคุณภาพชีวิต