การปลูกผมได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพให้กับหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงรุนแรงต้องการวิธีแก้ผมร่วงเพื่อเรียกคืนผมที่ดูดกหนามากขึ้น หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการปรับแนวไรผมและสร้างกรอบหน้าใหม่ที่ชัดขึ้น
ในบทความนี้ Dr.Orn Clinic : Medical Hair จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับศัลยกรรมปลูกผมว่าคืออะไร การปลูกผมมีกี่แบบ ข้อปฏิบัติตัวก่อนและหลังปลูกผม ผลข้างเคียงหลังปลูกผม รวมไปถึงเคล็ดลับเลือกที่ปลูกผมที่ไหนดีให้เห็นผลจริง และตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม เพื่อให้ทุกคนได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนปลูกผมกันค่ะ
ทำความรู้จักศัลยกรรมปลูกผมคืออะไร?
ปลูกผม หรือ Hair Transplant คือการนำรากผมที่แข็งแรง เช่น บริเวณด้านหลังศีรษะ หรือด้านข้างศีรษะ มาปลูกผมในบริเวณที่มีปัญหา เพื่อให้เส้นผมงอกขึ้นใหม่ ทำให้หลายคนเรียกวิธีการนี้ว่าเป็นการปลูกผมถาวรนั่นเองค่ะ
สาเหตุของผมร่วง ศีรษะล้าน

ปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนตัดสินใจปลูกผมก็คือปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือหนังศีรษะล้านค่ะ เพราะส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพไม่น้อย และยังสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น
- พันธุกรรม หากในครอบครัวมีประวัติศีรษะล้าน ผมบาง โอกาสที่ลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ มา อาจต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวได้ค่ะ โดยเฉพาะฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ที่ส่งผลให้รากผมอ่อนแอ เส้นผมมีลักษณะเล็กลีบ มีวงจรอายุสั้นลง และทำให้เกิดปัญหาผมบาง หัวล้านจนต้องปลูกผมในที่สุดค่ะ
- ฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น กลุ่มผู้หญิงที่อยู่ในช่วงหลังคลอด ผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ กลุ่มถุงน้ำรังไข่ (PCOS) หรือผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น นอกจากนี้ คนไข้กลุ่มโรคไทรอยด์สูงหรือต่ำ อาจประสบปัญหาผมร่วงผมบางก่อนวัยได้ หรือกลุ่มคนที่มีการรับฮอร์โมน Androgen หรือ Testosterone ก็มีโอกาสที่จะเผชิญกับปัญหาหนังศีรษะล้าน ผมบาง แต่ก็สามารถแก้ปัญหานี้ด้วยการปลูกผมในอนาคตได้ค่ะ
- โรคภัยไข้เจ็บและภาวะทางสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดสารอาหาร ผู้ป่วยโรค SLE รูมาตอยด์ โรคทางภูมิคุ้มกันผิดปกติ กลุ่มไทรอยด์ทำงานผิดปกติ โรคเนื้องอกต่อมใต้สมอง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันสูง ล้วนเป็นปัจจัยทำให้มีอาการผมบางร่วงผิดปกติ
- ผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรคบางชนิด หรือการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง
- พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การมัดผมแน่นเกินไป การดึงผมโดยไม่รู้ตัว หนังศีรษะอักเสบจากโรคเซบเดิร์ม การใช้ผลิตภัณฑ์หรือการดูแลที่ไม่เหมาะสม การใช้สารเคมีกับเส้นผมบ่อย ๆ ภาวะเครียด พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เป็นต้น
อาการผมบางแบบไหน ที่ควรปลูกผม

ในทุก ๆ วัน ผมจะมีการร่วงเฉลี่ย 50-100 เส้น หากมีการร่วงมากขึ้น ร่วงเรื้อรัง จนสามารถสังเกตลักษณะผมที่บางลง เส้นเล็กลง อย่างเห็นได้ชัด อาจมีแนวโน้มที่ต้องปลูกผมในอนาคต โดยลักษณะผมบาง ที่อาจจะต้องปลูกผม ได้แก่
- ผมบางแบบกรอบหน้าร่นขึ้น ลักษณะแนวไรผมที่มีเว้า M หน้าผากสูงขึ้นจากเดิม จำเป็นต้องดูแลด้วยการปลูกผมเพื่อให้ผมดูดกหนา มีความเป็นกรอบหน้ามากขึ้น
- ผมบางกลางศีรษะ เส้นผมมีขนาดเล็กลง และเริ่มเห็นช่องว่างที่แสก ขวัญ รวมถึงเวลาจัดแต่งทรงผมรู้สึกจัดแต่งยากขึ้น เพราะเริ่มเห็นหนังศีรษะชัด สามารถดูแลได้ด้วยการปลูกผม
ผู้หญิง VS. ผู้ชาย ใครมีโอกาสเกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง ได้มากกว่ากัน
อาการผมร่วง ผมบางสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่จะพบปัญหานี้ในผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิงค่ะ โดยอาการผมบางศีรษะล้านในผู้ชายมักเกิดจากกรรมพันธุ์ เพราะมีปริมาณฮอร์โมน DHT ในร่างกายที่สูง ส่งผลให้รากผมอ่อนแอ และหลุดร่วง จนปรากฏเป็นปัญหาแนวผมร่นลึกเข้าไปบริเวณหน้าผาก หรือผมบางล้านกลางศีรษะจนทำให้ผู้ชายหลาย ๆ คนตัดสินใจปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวในที่สุดนั่นเองค่ะ
ขณะที่ผู้หญิงมักมีปัญหาผมร่วงผมบางทั่วศีรษะ รอยแสกผมกว้าง ผมด้านหน้าบางทำให้รูปหน้าเปลี่ยน หรือในบางรายอาจมีปัญหาผมบางกลางศีรษะ แต่ผมบริเวณด้านหน้ายังมีอยู่ ซึ่งสามารถดูแลให้ผมกลับมาดกหนาได้หลายวิธี ไม่ใช่เฉพาะการปลูกผมเท่านั้น
อย่างไรก็ตามเพื่อให้การดูแลปัญหาผมร่วง ผมบางอย่างตรงจุด แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมว่าควรเลือกปลูกผมแบบไหนดี หรือเลือกใช้แนวทางการรักษาแบบไหนดีให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลมากที่สุดค่ะ
เทคนิคการปลูกผมที่นิยมในปัจจุบัน

การปลูกผมมีกี่แบบ? คำถามที่พบบ่อยของหลาย ๆ คนที่กำลังตัดสินใจปลูกผม แต่ไม่มั่นใจว่าจะเลือกเทคนิคปลูกผมแบบไหนดีที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาที่เผชิญอยู่ได้ตรงจุด ซึ่งปัจจุบันมีวิธีปลูกผม ดังนี้
1. เทคนิคปลูกผม FUT
เทคนิค ปลูกผม FUT หรือ Follicular Unit Transplantation คือ เทคนิคดั้งเดิมที่อาศัยการตัดหนังศีรษะด้านหลังที่มีรากผมที่แข็งแรง แล้วหั่นแยกให้ได้รากผมที่สมบูรณ์มาปลูกในจุดที่บางหรือมีปัญหา โดยขั้นตอนการปลูกผมนั้นจะมีแผลเย็บปิดด้านหลังเป็นแนวยาว แต่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ผมขึ้นหนาแน่น
- ข้อดี
- เซลล์รากผมที่แยกออกมามีสภาพที่สมบูรณ์
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะล้าน
- ข้อเสีย
- มีโอกาสเกิดแผลเป็นยาว ใหญ่ หรือแผลไม่สวย
- ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกเจ็บ ปวด ระบมบริเวณท้ายทอย หรือแผลผ่าตัด
- มีระยะเวลาพักฟื้นที่นาน
- หากต้องการปลูกผมใหม่ ไม่สามารถทำเทคนิค FUT แบบเดิมได้ เนื่องจากการเย็บแผลจะยากขึ้น
2. เทคนิคปลูกผม FUE
เทคนิคปลูกผม FUE หรือ Follicular Unit Extraction เป็นวิธีการปลูกผมด้วยการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณที่รากผมแข็งแรงด้วยอุปกรณ์เก็บผมมาตรฐาน และนำเซลล์รากผมมาปลูกลงบริเวณที่ต้องการรักษา ถือเป็นเทคนิคปลูกผมที่อยู่มาตรฐานสากลได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ถาวรค่ะ
- ข้อดี
- เจ็บน้อย รอยเจาะผมขนาดเล็กและสม่ำเสมอ
- อาศัยระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 3-5 วันก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางระดับปานกลาง เช่น ผมบาง กรอบหน้าร่นขึ้น แสกกลางบาง ขวัญบาง
- ข้อเสีย
- ต้องอาศัยความชำนาญการของแพทย์ในการเจาะเก็บรากผม เพื่อให้รากผมสมบูรณ์
- ความหนาแน่นของเส้นผมบริเวณที่ถูกเก็บรากผมอาจลดลง แต่สามารถดูแลผมเส้นที่ไม่ได้เก็บให้กลับมาดกหนาด้วยการบำรุงทางการแพทย์
3. เทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair
สำหรับการปลูกผม FUE ในปัจจุบันทาง Dr.Orn Clinic : Medical Hair ได้มีการพัฒนาทีมแพทย์ ทีมผู้ช่วยในห้องผ่าตัด อุปกรณ์ในการเจาะกราฟ เก็บกราฟ หั่นกราฟ คัดแยกกราฟ และอุปกรณ์ในการปลูกผมที่ทันสมัย และตอบโจทย์สำหรับเส้นผมและหนังศีรษะแต่ละประเภท ให้ผลลัพธ์ออกมาตอบโจทย์และแก้ปัญหาตามความกังวลของผู้เข้ารับบริการ จึงออกมาเป็นเทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair
การปลูกผมเทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair ที่เป็นการปลูกผมรูปแบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเย็บแผล อาศัยการใช้หัวเจาะพิเศษขนาดเล็กในการเก็บรากผม คัดแยกและถนอมรากผมที่เก็บด้วยเทคนิคของ และนำมาปลูกผมโดยใช้ปากกาปลูกผมที่มีขนาดเล็ก เส้นผมขึ้นหนาแน่น ขึ้นเรียงสวยไปกับแนวไรผมจริงมากที่สุด และมีแผลที่เล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นไม่นานอีกด้วยค่ะ
- ข้อดี
- แผลปลูกผมเล็กมากแทบมองไม่เห็นรอยเจาะผม
- เจ็บน้อย และมีระยะเวลาพักฟื้นเพียง 2-3 วัน
- ผลลัพธ์ปลูกผมเรียงตัวสวย
- เส้นผมที่ปลูกหนาแน่น
- สามารถเลือกไม่ตัดผมได้ ด้วยเทคนิค Non Shave หรือ Long Hair
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หน้าผากสูง หนังศีรษะล้าน เคสที่เคยปลูกผมมาก่อน ปลูกผมบนแผลเป็น ปลูกผมทับรอยสัก เส้นผมเล็กมาก เหมาะกับเคสทั่วไปจนถึงเคสที่มีความยากหรือความรุนแรงของการบางระดับสูง
- ข้อเสีย
- จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญการของแพทย์สูง เพราะเน้นใช้อุปกรณ์พิเศษขนาดเล็กให้เหมาะกับแต่ละเคส โดย Dr.Orn Clinic : Medical Hair ให้บริการปลูกผมเทคนิคโดยแพทย์ที่มีความชำนาญการสูง ผ่านการดูแลเคสปลูกผมมากกว่า 12 ปี
- จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่จำเพาะ หลากหลายประเภท เพื่อให้เหมาะกับลักษณะเส้นผม และหนังศีรษะของผู้เข้ารับบริการ
- จำเป็นต้องใช้จำนวนทีมปลูกผมมากกว่าเทคนิคอื่น เนื่องจากต้องการให้กระบวนการเจาะเก็บกราฟและปลูกห่างกันไม่นานมาก เพื่อเพิ่มอัตราการรอดของกราฟผม
หัตถการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน
นอกจากการปลูกผม ก็ยังมีหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ดังนี้ค่ะ
Triple H Program
ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair มีโปรแกรมการดูแลเส้นผมอย่าง Triple H Solution Program ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้วย 3 ขั้นตอนการบำรุงล้ำลึก ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะอ่อนแอ ให้กลับมาแข็งแรง สุขภาพดี
- สะกิดวิตามินเข้มข้น ด้วยเทคนิคการสะกิดวิตามินและตัวยา Hair Loss Control ตรงจุดบนหนังศีรษะ ช่วยลดการหลุดร่วง และส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่
- ผลักวิตามินด้วยพลังงานไฟฟ้า ใช้เทคโนโลยี Micro current ผลักวิตามินเข้าสู่ชั้นหนังศีรษะ โดยไม่ก่อให้เกิดบาดแผลหรือความเจ็บปวด เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามิน
- ฉายแสงกระตุ้นรากผม ใช้แสงเลเซอร์สีแดง (ความยาวคลื่น 630 นาโนเมตร) กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและส่งสารอาหารไปยังรากผม ลดปัญหาหนังศีรษะมัน แห้ง คัน และรังแค ปรับสมดุลหนังศีรษะให้แข็งแรง พร้อมเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม
- ข้อดี
- แก้ไขปัญหาผมและหนังศีรษะอย่างครอบคลุม 3 ขั้นตอน
- วิตามินและตัวยาเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรง ช่วยฟื้นฟูรากผมอย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้เทคนิคการสะกิดวิตามิน, Micro current, และแสงเลเซอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- ข้อเสีย
- โปรแกรมการดูแลเฉพาะทางอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการดูแลทั่วไป
- อาจต้องเข้ารับการรักษาหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
การทำ Low Level Laser Therapy
การทำ LLLT หรือ Low Level Laser Therapy เป็นเทคนิคการดูแลปัญหาผมร่วง ผมบางโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นแต่อย่างใด เป็นเพียงการอาศัยแสง LED สีแดงที่มีคลื่นความถี่ต่ำ ใช้แสงความยาวคลื่นในช่วง 650-680 nm ในการเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผมให้งอกใหม่อย่างแข็งแรงไปพร้อม ๆ กับป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผมชุดเดิม โดยแนะนำเข้ารับบริการต่อเนื่องทุก 10-14 วัน ครั้งละประมาณ 15-25 นาที ร่วมกับการทานวิตามิน หรือทำทรีตเมนต์ผม จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนใน 3-6 เดือนหลังการรักษาค่ะ
- ข้อดี
- ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไร้บาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น
- ช่วยให้ผมที่งอกใหม่แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย
- ช่วยป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม
- มีส่วนช่วยลดอาการอักเสบของหนังศีรษะ
- ใช้ในผู้ที่เพิ่งผ่าตัดปลูกผมได้เพื่อช่วยเร่งให้แผลสมานเร็วขึ้น ลดอาการบวม
- ข้อเสีย
- จำเป็นเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ
- จำเป็นต้องเข้ารับบริการควบคู่ไปกับการทานวิตามิน หรือทำทรีตเมนต์ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางจนเห็นหนังศีรษะ หรือหนังศีรษะล้าน
การทำ BPA
การทำ BPA ผม (Blood Platelet Activation) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในหัตถการ PRP ผม แต่มีความแตกต่างจาก PRP ปกติตรงเครื่องที่ใช้ในการแยกชั้นเลือด จำนวนรอบปั่นเลือด การเก็บ และวิธีการฉีดลงหนังศีรษะ สำหรับ BPA เป็นการใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการมาผ่านกระบวนการคัดแยกเกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีคุณสมบัติซ่อมแซมเซลล์ เพื่อนำมาฉีดบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาเพื่อบำรุงรากผม ลดผมร่วง ลดการอักเสบบริเวณหนังศีรษะ โดยแนะนำให้เข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 1-3 เดือน ติดต่อกัน 3-5 ครั้ง ร่วมกับทานวิตามินหรือทำทรีตเมนต์ เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
- ข้อดี
- ช่วยชะลอปัญหาผมบาง ผมหลุดร่วงได้
- ลดการอักเสบบริเวณหนังศีรษะ
- ช่วยให้ผลลัพธ์การปลูกผมดีขึ้น ทำให้เส้นผมหนาและแข็งแรง
- หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- โอกาสแพ้น้อย เนื่องจากเป็นเลือดของเราเอง
- ข้อเสีย
- ผู้เข้ารับบริการรู้สึกเจ็บทั้งบริเวณที่เจาะเลือด และเจ็บบริเวณที่ถูกฉีดเล็กน้อย
- จำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
เลือกคลินิกปลูกผมอย่างไร ให้เห็นผล
การปลูกผมจำเป็นต้องใส่ใจในการเลือกสถานพยาบาล หรือคลินิกเป็นพิเศษนะคะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การปลูกผมที่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งการเลือกปลูกผมที่ไหนดี แนะนำพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้ค่ะ
- สถานพยาบาลที่ปลูกผมจะต้องมีใบอนุญาตดำเนินกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ภายในสถานพยาบาลสะอาดถูกหลักสุขอนามัย เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่าตัดควรทันสมัย ปลอดเชื้อ
- แพทย์ผู้ทำการปลูกผมต้องเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญการด้านการปลูกผม รวมถึงสามารถตรวจสอบกับทางแพทยสภาได้ว่าเป็นแพทย์จริง
- มีบริการติดตามผลและดูแลการรักษาหลังทำอย่างใกล้ชิด
- การปลูกผมราคาสมเหตุสมผล ไม่ควรเลือกคลินิกที่มีราคาถูกเกินไป เพราะอุปกรณ์ทางการแพทย์อาจจะไม่ได้คุณภาพ
- มีรีวิวจากผู้เข้าใช้บริการจริงที่น่าเชื่อถือ หรือได้รับความไว้วางใจจากดารา ผู้มีชื่อเสียงในประเทศ
ปลูกผมที่ไหนดี? แนะนำที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair ให้บริการปลูกผมโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผมมานานกว่า 12 ปี มีเทคนิคที่ตอบโจทย์ปัญหาได้ตรงจุด เลือกใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัยได้มาตรฐาน พร้อมบริการหลังการรักษาเพื่อประสบการณ์ปลูกผมที่ดีที่สุด
วิธีเตรียมตัวให้พร้อมก่อนปลูกผม
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการปลูกผมถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญเป็นอย่างมากเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเข้ารับการปลูกผมได้ราบรื่น ลดความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนทั้งขณะปลูกผมและหลังปลูกผมได้เป็นอย่างดี รวมถึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วยค่ะ ดังนี้
- แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาประจำตัว ประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการประเมินว่าสามารถเข้ารับการปลูกผมได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษใด ๆ หรือไม่
- งดรับประทานวิตามิน ยา และอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กลุ่มยาละลายลิ่มเลือด กลุ่มยา NSAIDs วิตามิน E น้ำมันตับปลา สารสกัดแปะก๊วยอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
- เลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง
- พักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วงก่อนปลูกผมประมาณ 2-3 วัน ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน
วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม
การดูแลตัวเองหลังปลูกผมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ และช่วยให้ผลลัพธ์ศัลยกรรมปลูกผมออกมาเป็นไปตามที่คาดหวังได้อีกด้วยค่ะ ซึ่งแนะนำปฏิบัติตัวหลังปลูกผมตามที่แพทย์แนะนำดังนี้
- นอนยกศีรษะสูง หรือหนุนหมอนสูงอย่างน้อย 24-72 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันอาการบวม
- งดสระผม หรือให้แผลปลูกผมสัมผัสน้ำ 3 วัน
- หากมีอาการบวมสามารถใช้น้ำแข็งประคบบริเวณหน้าผากได้
- งดแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด แนะนำรอให้สะเก็ดแผลหลุดเอง
- งดทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก และระมัดระวังไม่ให้เกิดการกระแทกบริเวณศีรษะเพื่อป้องกันกราฟผมหลุดในช่วง 14 วันแรกหลังปลูก
- เลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง เพื่อให้แผลแห้งเร็ว
- ช่วง 14 วันหลังปลูก เริ่มบำรุงเส้นผมด้วยการทำทรีตเมนต์ ทานและหยอดวิตามินตามแพทย์แนะนำ
- ติดตามอาการกับแพทย์ตามนัดทุกครั้ง อย่างสม่ำเสมอ
ผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจปลูกผม

แม้ว่าศัลยกรรมปลูกผมจะเป็นวิธีดูแลปัญหาผมบาง ศีรษะล้านที่เห็นผลจริง เมื่อทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญการ แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ค่ะ ฉะนั้นเพื่อให้เข้าใจถึงผลข้างเคียงเหล่านี้ และสามารถเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง มีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังปลูกผมและผลข้างเคียงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนี้
- อาการที่พบได้บ่อยหลังปลูกผม
- อาการบวมบริเวณหน้าผากและใบหน้า ซึ่งพบได้ในช่วง 3-5 วันแรก จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
- สะเก็ดแผล ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกคันระคายเคืองเล็กน้อย
- สิวหรือรูขุมขนอักเสบที่ท้ายทอย หรือที่ตำแหน่งปลูก
- มีปัญหาผมร่วง หรือภาวะ Shock Loss ในช่วง 2-8 สัปดาห์แรก
- รู้สึกชา หรือไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษในบริเวณที่ปลูกผม ในช่วง 2-8 สัปดาห์แรก
- ผลข้างเคียงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
- อาการบวมแดงผิดปกติ หรือมีอาการอักเสบ หนอง เจ็บบริเวณที่ปลูกผมมากผิดปกติ เกิน 1 สัปดาห์
- มีอาการไข้สูง หนาวสั่น หายใจเหนื่อยหอบผิดปกติ หลังปลูก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม (FAQs)
ปลูกผม 1000 กราฟมีจำนวนเยอะแค่ไหน?
ปกติแล้วรากผมที่ถูกเจาะออกมาจะใช้ปลูกผม กราฟละ 1-3 เส้น ดังนั้น การปลูกผม 1000 กราฟ จะหมายถึงได้เส้นผมประมาณ 1000-3000 เส้น ซึ่งเป็นจำนวนกราฟที่ไม่มาก เหมาะกับเคสที่มีปัญหาผมบางในระดับไม่รุนแรง
หลังปลูกผมต้องพักฟื้นกี่วัน
หลังปลูกผมแนะนำพักฟื้นอย่างน้อย 2-3 วันค่ะ ทั้งนี้แนะนำปฏิบัติตัวหลังปลูกผมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น นอนศีรษะสูง ไม่ออกแรงเยอะ เลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อให้แผลแห้งเร็วขึ้น
สรุปปลูกผมดีอย่างไร? เลือกเทคนิคไหนดี?
การปลูกผมเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการดูแลปัญหาผมบางศีรษะล้านที่เหมาะสำหรับทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยมีเทคนิคในการปลูกผมที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันออกไป แนะนำเลือกสถานพยาบาลให้ดี และเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวางแผนการปลูกผมได้ตรงจุด รวมถึงควรศึกษาการเตรียมตัวก่อนปลูกผม และวิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผมร่วมด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์การปลูกผมเป็นไปตามที่คาดหวังมากที่สุดค่ะ
ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair คลินิกปลูกผม ดูแลโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญการ ที่เลือกใช้เทคนิคปลูกผมที่แผลเล็ก พักฟื้นระยะสั้น พร้อมด้วยบริการดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ครบครัน มีการดูแลรักษาที่ต่อเนื่องไม่ทอดทิ้งคนไข้
- Call 02-108-8500
- LINE O/A : Dr.Orn Clinic
- Messenger : Dr.Orn Medical Hair Clinic