0

ปลูกผมคืออะไร? การปลูกผมมีกี่แบบ เลือกเทคนิคไหนดี?


2025-03-20 15:21:10
#ปลูกผม

การปลูกผมได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพให้กับหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงรุนแรงต้องการวิธีแก้ผมร่วงเพื่อเรียกคืนผมที่ดูดกหนามากขึ้น หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการปรับแนวไรผมและสร้างกรอบหน้าใหม่ที่ชัดขึ้น


ในบทความนี้ Dr.Orn Clinic : Medical Hair จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับศัลยกรรมปลูกผมว่าคืออะไร การปลูกผมมีกี่แบบ ข้อปฏิบัติตัวก่อนและหลังปลูกผม ผลข้างเคียงหลังปลูกผม รวมไปถึงเคล็ดลับเลือกที่ปลูกผมที่ไหนดีให้เห็นผลจริง และตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม เพื่อให้ทุกคนได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนปลูกผมกันค่ะ

 

ทำความรู้จักศัลยกรรมปลูกผมคืออะไร?

 

ปลูกผม หรือ Hair Transplant คือการนำรากผมที่แข็งแรง เช่น บริเวณด้านหลังศีรษะ หรือด้านข้างศีรษะ มาปลูกผมในบริเวณที่มีปัญหา เพื่อให้เส้นผมงอกขึ้นใหม่ ทำให้หลายคนเรียกวิธีการนี้ว่าเป็นการปลูกผมถาวรนั่นเองค่ะ 

 

สาเหตุของผมร่วง ศีรษะล้าน 

 

ผมบาง ปลูกผม

 

ปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนตัดสินใจปลูกผมก็คือปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือหนังศีรษะล้านค่ะ เพราะส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพไม่น้อย และยังสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น

 

  • พันธุกรรม หากในครอบครัวมีประวัติศีรษะล้าน ผมบาง โอกาสที่ลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ มา อาจต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวได้ค่ะ โดยเฉพาะฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ที่ส่งผลให้รากผมอ่อนแอ เส้นผมมีลักษณะเล็กลีบ มีวงจรอายุสั้นลง และทำให้เกิดปัญหาผมบาง หัวล้านจนต้องปลูกผมในที่สุดค่ะ
  • ฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น กลุ่มผู้หญิงที่อยู่ในช่วงหลังคลอด ผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ กลุ่มถุงน้ำรังไข่ (PCOS) หรือผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น นอกจากนี้ คนไข้กลุ่มโรคไทรอยด์สูงหรือต่ำ อาจประสบปัญหาผมร่วงผมบางก่อนวัยได้  หรือกลุ่มคนที่มีการรับฮอร์โมน Androgen หรือ Testosterone ก็มีโอกาสที่จะเผชิญกับปัญหาหนังศีรษะล้าน ผมบาง แต่ก็สามารถแก้ปัญหานี้ด้วยการปลูกผมในอนาคตได้ค่ะ 
  • โรคภัยไข้เจ็บและภาวะทางสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดสารอาหาร ผู้ป่วยโรค SLE รูมาตอยด์ โรคทางภูมิคุ้มกันผิดปกติ กลุ่มไทรอยด์ทำงานผิดปกติ โรคเนื้องอกต่อมใต้สมอง  ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันสูง ล้วนเป็นปัจจัยทำให้มีอาการผมบางร่วงผิดปกติ 
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรคบางชนิด หรือการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง 
  • พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การมัดผมแน่นเกินไป การดึงผมโดยไม่รู้ตัว หนังศีรษะอักเสบจากโรคเซบเดิร์ม การใช้ผลิตภัณฑ์หรือการดูแลที่ไม่เหมาะสม การใช้สารเคมีกับเส้นผมบ่อย ๆ ภาวะเครียด พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เป็นต้น

 

อาการผมบางแบบไหน ที่ควรปลูกผม 


ปลูกผมบาง

 

ในทุก ๆ วัน ผมจะมีการร่วงเฉลี่ย 50-100 เส้น หากมีการร่วงมากขึ้น ร่วงเรื้อรัง จนสามารถสังเกตลักษณะผมที่บางลง เส้นเล็กลง อย่างเห็นได้ชัด อาจมีแนวโน้มที่ต้องปลูกผมในอนาคต โดยลักษณะผมบาง ที่อาจจะต้องปลูกผม ได้แก่

 

  • ผมบางแบบกรอบหน้าร่นขึ้น ลักษณะแนวไรผมที่มีเว้า M หน้าผากสูงขึ้นจากเดิม จำเป็นต้องดูแลด้วยการปลูกผมเพื่อให้ผมดูดกหนา มีความเป็นกรอบหน้ามากขึ้น 
  • ผมบางกลางศีรษะ เส้นผมมีขนาดเล็กลง และเริ่มเห็นช่องว่างที่แสก ขวัญ รวมถึงเวลาจัดแต่งทรงผมรู้สึกจัดแต่งยากขึ้น เพราะเริ่มเห็นหนังศีรษะชัด สามารถดูแลได้ด้วยการปลูกผม

 

ผู้หญิง VS. ผู้ชาย ใครมีโอกาสเกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง ได้มากกว่ากัน

 

อาการผมร่วง ผมบางสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่จะพบปัญหานี้ในผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิงค่ะ โดยอาการผมบางศีรษะล้านในผู้ชายมักเกิดจากกรรมพันธุ์ เพราะมีปริมาณฮอร์โมน DHT ในร่างกายที่สูง ส่งผลให้รากผมอ่อนแอ และหลุดร่วง จนปรากฏเป็นปัญหาแนวผมร่นลึกเข้าไปบริเวณหน้าผาก หรือผมบางล้านกลางศีรษะจนทำให้ผู้ชายหลาย ๆ คนตัดสินใจปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวในที่สุดนั่นเองค่ะ 

 

ขณะที่ผู้หญิงมักมีปัญหาผมร่วงผมบางทั่วศีรษะ รอยแสกผมกว้าง ผมด้านหน้าบางทำให้รูปหน้าเปลี่ยน หรือในบางรายอาจมีปัญหาผมบางกลางศีรษะ แต่ผมบริเวณด้านหน้ายังมีอยู่ ซึ่งสามารถดูแลให้ผมกลับมาดกหนาได้หลายวิธี ไม่ใช่เฉพาะการปลูกผมเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตามเพื่อให้การดูแลปัญหาผมร่วง ผมบางอย่างตรงจุด แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมว่าควรเลือกปลูกผมแบบไหนดี หรือเลือกใช้แนวทางการรักษาแบบไหนดีให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลมากที่สุดค่ะ

 

เทคนิคการปลูกผมที่นิยมในปัจจุบัน


การปลูกผมมีกี่แบบ


การปลูกผมมีกี่แบบ? คำถามที่พบบ่อยของหลาย ๆ คนที่กำลังตัดสินใจปลูกผม แต่ไม่มั่นใจว่าจะเลือกเทคนิคปลูกผมแบบไหนดีที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาที่เผชิญอยู่ได้ตรงจุด ซึ่งปัจจุบันมีวิธีปลูกผม ดังนี้

 

1. เทคนิคปลูกผม FUT

 

เทคนิค ปลูกผม FUT หรือ Follicular Unit Transplantation คือ เทคนิคดั้งเดิมที่อาศัยการตัดหนังศีรษะด้านหลังที่มีรากผมที่แข็งแรง แล้วหั่นแยกให้ได้รากผมที่สมบูรณ์มาปลูกในจุดที่บางหรือมีปัญหา โดยขั้นตอนการปลูกผมนั้นจะมีแผลเย็บปิดด้านหลังเป็นแนวยาว แต่ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ผมขึ้นหนาแน่น 

 

  • ข้อดี
    • เซลล์รากผมที่แยกออกมามีสภาพที่สมบูรณ์ 
    • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะล้าน

  • ข้อเสีย
    • มีโอกาสเกิดแผลเป็นยาว ใหญ่ หรือแผลไม่สวย 
    • ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกเจ็บ ปวด ระบมบริเวณท้ายทอย หรือแผลผ่าตัด 
    • มีระยะเวลาพักฟื้นที่นาน 
    • หากต้องการปลูกผมใหม่ ไม่สามารถทำเทคนิค FUT แบบเดิมได้ เนื่องจากการเย็บแผลจะยากขึ้น

 

2. เทคนิคปลูกผม FUE 

 

เทคนิคปลูกผม FUE  หรือ Follicular Unit Extraction เป็นวิธีการปลูกผมด้วยการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณที่รากผมแข็งแรงด้วยอุปกรณ์เก็บผมมาตรฐาน และนำเซลล์รากผมมาปลูกลงบริเวณที่ต้องการรักษา ถือเป็นเทคนิคปลูกผมที่อยู่มาตรฐานสากลได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ถาวรค่ะ   

 

  • ข้อดี
    • เจ็บน้อย รอยเจาะผมขนาดเล็กและสม่ำเสมอ
    • อาศัยระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 3-5 วันก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ 
    • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางระดับปานกลาง เช่น ผมบาง กรอบหน้าร่นขึ้น แสกกลางบาง ขวัญบาง

  • ข้อเสีย
    • ต้องอาศัยความชำนาญการของแพทย์ในการเจาะเก็บรากผม เพื่อให้รากผมสมบูรณ์ 
    • ความหนาแน่นของเส้นผมบริเวณที่ถูกเก็บรากผมอาจลดลง แต่สามารถดูแลผมเส้นที่ไม่ได้เก็บให้กลับมาดกหนาด้วยการบำรุงทางการแพทย์

 

3. เทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair

 

สำหรับการปลูกผม FUE ในปัจจุบันทาง  Dr.Orn Clinic : Medical Hair  ได้มีการพัฒนาทีมแพทย์ ทีมผู้ช่วยในห้องผ่าตัด อุปกรณ์ในการเจาะกราฟ เก็บกราฟ หั่นกราฟ คัดแยกกราฟ และอุปกรณ์ในการปลูกผมที่ทันสมัย และตอบโจทย์สำหรับเส้นผมและหนังศีรษะแต่ละประเภท ให้ผลลัพธ์ออกมาตอบโจทย์และแก้ปัญหาตามความกังวลของผู้เข้ารับบริการ จึงออกมาเป็นเทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair

 

การปลูกผมเทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair ที่เป็นการปลูกผมรูปแบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเย็บแผล อาศัยการใช้หัวเจาะพิเศษขนาดเล็กในการเก็บรากผม คัดแยกและถนอมรากผมที่เก็บด้วยเทคนิคของ และนำมาปลูกผมโดยใช้ปากกาปลูกผมที่มีขนาดเล็ก เส้นผมขึ้นหนาแน่น ขึ้นเรียงสวยไปกับแนวไรผมจริงมากที่สุด และมีแผลที่เล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นไม่นานอีกด้วยค่ะ 

 

  • ข้อดี
    • แผลปลูกผมเล็กมากแทบมองไม่เห็นรอยเจาะผม 
    • เจ็บน้อย และมีระยะเวลาพักฟื้นเพียง 2-3 วัน 
    • ผลลัพธ์ปลูกผมเรียงตัวสวย 
    • เส้นผมที่ปลูกหนาแน่น 
    • สามารถเลือกไม่ตัดผมได้ ด้วยเทคนิค Non Shave หรือ Long Hair 
    • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หน้าผากสูง หนังศีรษะล้าน เคสที่เคยปลูกผมมาก่อน ปลูกผมบนแผลเป็น ปลูกผมทับรอยสัก เส้นผมเล็กมาก เหมาะกับเคสทั่วไปจนถึงเคสที่มีความยากหรือความรุนแรงของการบางระดับสูง

  • ข้อเสีย
    • จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญการของแพทย์สูง เพราะเน้นใช้อุปกรณ์พิเศษขนาดเล็กให้เหมาะกับแต่ละเคส โดย Dr.Orn Clinic : Medical Hair  ให้บริการปลูกผมเทคนิคโดยแพทย์ที่มีความชำนาญการสูง ผ่านการดูแลเคสปลูกผมมากกว่า 12 ปี
    • จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่จำเพาะ หลากหลายประเภท เพื่อให้เหมาะกับลักษณะเส้นผม และหนังศีรษะของผู้เข้ารับบริการ
    • จำเป็นต้องใช้จำนวนทีมปลูกผมมากกว่าเทคนิคอื่น เนื่องจากต้องการให้กระบวนการเจาะเก็บกราฟและปลูกห่างกันไม่นานมาก เพื่อเพิ่มอัตราการรอดของกราฟผม

 

หัตถการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน

 

นอกจากการปลูกผม ก็ยังมีหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ดังนี้ค่ะ

 

Triple H Program 

 

ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair มีโปรแกรมการดูแลเส้นผมอย่าง Triple H Solution Program ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้วย 3 ขั้นตอนการบำรุงล้ำลึก ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะอ่อนแอ ให้กลับมาแข็งแรง สุขภาพดี

 

  1. สะกิดวิตามินเข้มข้น ด้วยเทคนิคการสะกิดวิตามินและตัวยา Hair Loss Control ตรงจุดบนหนังศีรษะ ช่วยลดการหลุดร่วง และส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่
  2. ผลักวิตามินด้วยพลังงานไฟฟ้า ใช้เทคโนโลยี Micro current ผลักวิตามินเข้าสู่ชั้นหนังศีรษะ โดยไม่ก่อให้เกิดบาดแผลหรือความเจ็บปวด เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามิน 
  3. ฉายแสงกระตุ้นรากผม ใช้แสงเลเซอร์สีแดง (ความยาวคลื่น 630 นาโนเมตร) กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและส่งสารอาหารไปยังรากผม ลดปัญหาหนังศีรษะมัน แห้ง คัน และรังแค ปรับสมดุลหนังศีรษะให้แข็งแรง พร้อมเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม

 

  • ข้อดี
    • แก้ไขปัญหาผมและหนังศีรษะอย่างครอบคลุม 3 ขั้นตอน
      • วิตามินและตัวยาเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรง ช่วยฟื้นฟูรากผมอย่างมีประสิทธิภาพ
      • ใช้เทคนิคการสะกิดวิตามิน, Micro current, และแสงเลเซอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ข้อเสีย
    • โปรแกรมการดูแลเฉพาะทางอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการดูแลทั่วไป
      • อาจต้องเข้ารับการรักษาหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน

 

การทำ Low Level Laser Therapy

 

การทำ LLLT  หรือ Low Level Laser Therapy เป็นเทคนิคการดูแลปัญหาผมร่วง ผมบางโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นแต่อย่างใด เป็นเพียงการอาศัยแสง LED สีแดงที่มีคลื่นความถี่ต่ำ     ใช้แสงความยาวคลื่นในช่วง 650-680 nm ในการเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผมให้งอกใหม่อย่างแข็งแรงไปพร้อม ๆ กับป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผมชุดเดิม โดยแนะนำเข้ารับบริการต่อเนื่องทุก 10-14 วัน ครั้งละประมาณ 15-25 นาที ร่วมกับการทานวิตามิน หรือทำทรีตเมนต์ผม จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนใน 3-6 เดือนหลังการรักษาค่ะ  

 

  • ข้อดี
    • ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไร้บาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น
    • ช่วยให้ผมที่งอกใหม่แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย
    • ช่วยป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม
    • มีส่วนช่วยลดอาการอักเสบของหนังศีรษะ 
    • ใช้ในผู้ที่เพิ่งผ่าตัดปลูกผมได้เพื่อช่วยเร่งให้แผลสมานเร็วขึ้น ลดอาการบวม 
  • ข้อเสีย
    • จำเป็นเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ 
    • จำเป็นต้องเข้ารับบริการควบคู่ไปกับการทานวิตามิน หรือทำทรีตเมนต์ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
    • ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางจนเห็นหนังศีรษะ หรือหนังศีรษะล้าน  

 

การทำ BPA

 

การทำ BPA ผม (Blood Platelet Activation) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในหัตถการ PRP ผม แต่มีความแตกต่างจาก PRP ปกติตรงเครื่องที่ใช้ในการแยกชั้นเลือด จำนวนรอบปั่นเลือด การเก็บ และวิธีการฉีดลงหนังศีรษะ สำหรับ BPA เป็นการใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการมาผ่านกระบวนการคัดแยกเกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีคุณสมบัติซ่อมแซมเซลล์ เพื่อนำมาฉีดบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาเพื่อบำรุงรากผม ลดผมร่วง ลดการอักเสบบริเวณหนังศีรษะ โดยแนะนำให้เข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 1-3 เดือน ติดต่อกัน 3-5 ครั้ง ร่วมกับทานวิตามินหรือทำทรีตเมนต์ เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น 

 

  • ข้อดี
    • ช่วยชะลอปัญหาผมบาง ผมหลุดร่วงได้ 
    • ลดการอักเสบบริเวณหนังศีรษะ
    • ช่วยให้ผลลัพธ์การปลูกผมดีขึ้น ทำให้เส้นผมหนาและแข็งแรง 
    • หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ 
    • โอกาสแพ้น้อย เนื่องจากเป็นเลือดของเราเอง 
  • ข้อเสีย
    • ผู้เข้ารับบริการรู้สึกเจ็บทั้งบริเวณที่เจาะเลือด และเจ็บบริเวณที่ถูกฉีดเล็กน้อย
    • จำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

 

เลือกคลินิกปลูกผมอย่างไร ให้เห็นผล

 

การปลูกผมจำเป็นต้องใส่ใจในการเลือกสถานพยาบาล หรือคลินิกเป็นพิเศษนะคะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การปลูกผมที่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งการเลือกปลูกผมที่ไหนดี แนะนำพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้ค่ะ

 

  • สถานพยาบาลที่ปลูกผมจะต้องมีใบอนุญาตดำเนินกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ภายในสถานพยาบาลสะอาดถูกหลักสุขอนามัย เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่าตัดควรทันสมัย ปลอดเชื้อ 
  • แพทย์ผู้ทำการปลูกผมต้องเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญการด้านการปลูกผม รวมถึงสามารถตรวจสอบกับทางแพทยสภาได้ว่าเป็นแพทย์จริง 
  • มีบริการติดตามผลและดูแลการรักษาหลังทำอย่างใกล้ชิด 
  • การปลูกผมราคาสมเหตุสมผล ไม่ควรเลือกคลินิกที่มีราคาถูกเกินไป เพราะอุปกรณ์ทางการแพทย์อาจจะไม่ได้คุณภาพ
  • มีรีวิวจากผู้เข้าใช้บริการจริงที่น่าเชื่อถือ หรือได้รับความไว้วางใจจากดารา ผู้มีชื่อเสียงในประเทศ

ปลูกผมที่ไหนดี? แนะนำที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair ให้บริการปลูกผมโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผมมานานกว่า 12 ปี มีเทคนิคที่ตอบโจทย์ปัญหาได้ตรงจุด เลือกใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัยได้มาตรฐาน พร้อมบริการหลังการรักษาเพื่อประสบการณ์ปลูกผมที่ดีที่สุด 

 

วิธีเตรียมตัวให้พร้อมก่อนปลูกผม

 

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการปลูกผมถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญเป็นอย่างมากเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเข้ารับการปลูกผมได้ราบรื่น ลดความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนทั้งขณะปลูกผมและหลังปลูกผมได้เป็นอย่างดี รวมถึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วยค่ะ ดังนี้ 

 

  • แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาประจำตัว ประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการประเมินว่าสามารถเข้ารับการปลูกผมได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษใด ๆ หรือไม่
  • งดรับประทานวิตามิน ยา และอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กลุ่มยาละลายลิ่มเลือด กลุ่มยา NSAIDs วิตามิน E น้ำมันตับปลา สารสกัดแปะก๊วยอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • เลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วงก่อนปลูกผมประมาณ 2-3 วัน ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน

 

วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม

 

การดูแลตัวเองหลังปลูกผมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ และช่วยให้ผลลัพธ์ศัลยกรรมปลูกผมออกมาเป็นไปตามที่คาดหวังได้อีกด้วยค่ะ ซึ่งแนะนำปฏิบัติตัวหลังปลูกผมตามที่แพทย์แนะนำดังนี้ 

 

  • นอนยกศีรษะสูง หรือหนุนหมอนสูงอย่างน้อย 24-72 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันอาการบวม
  • งดสระผม หรือให้แผลปลูกผมสัมผัสน้ำ 3 วัน 
  • หากมีอาการบวมสามารถใช้น้ำแข็งประคบบริเวณหน้าผากได้
  • งดแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด แนะนำรอให้สะเก็ดแผลหลุดเอง
  • งดทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก และระมัดระวังไม่ให้เกิดการกระแทกบริเวณศีรษะเพื่อป้องกันกราฟผมหลุดในช่วง 14 วันแรกหลังปลูก
  • เลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง เพื่อให้แผลแห้งเร็ว
  • ช่วง 14 วันหลังปลูก เริ่มบำรุงเส้นผมด้วยการทำทรีตเมนต์ ทานและหยอดวิตามินตามแพทย์แนะนำ 
  • ติดตามอาการกับแพทย์ตามนัดทุกครั้ง อย่างสม่ำเสมอ

 

ผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจปลูกผม

 

ปลูกผมถาวร

 

แม้ว่าศัลยกรรมปลูกผมจะเป็นวิธีดูแลปัญหาผมบาง ศีรษะล้านที่เห็นผลจริง เมื่อทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญการ แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ค่ะ ฉะนั้นเพื่อให้เข้าใจถึงผลข้างเคียงเหล่านี้ และสามารถเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง มีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังปลูกผมและผลข้างเคียงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนี้ 

 

  • อาการที่พบได้บ่อยหลังปลูกผม
    • อาการบวมบริเวณหน้าผากและใบหน้า ซึ่งพบได้ในช่วง 3-5 วันแรก จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
    • สะเก็ดแผล ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกคันระคายเคืองเล็กน้อย
    • สิวหรือรูขุมขนอักเสบที่ท้ายทอย หรือที่ตำแหน่งปลูก
    • มีปัญหาผมร่วง หรือภาวะ Shock Loss ในช่วง 2-8 สัปดาห์แรก
    • รู้สึกชา หรือไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษในบริเวณที่ปลูกผม ในช่วง 2-8 สัปดาห์แรก
  • ผลข้างเคียงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ 
    • อาการบวมแดงผิดปกติ หรือมีอาการอักเสบ หนอง เจ็บบริเวณที่ปลูกผมมากผิดปกติ เกิน 1 สัปดาห์
    • มีอาการไข้สูง หนาวสั่น หายใจเหนื่อยหอบผิดปกติ หลังปลูก

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม (FAQs)

 

ปลูกผม 1000 กราฟมีจำนวนเยอะแค่ไหน?

 

ปกติแล้วรากผมที่ถูกเจาะออกมาจะใช้ปลูกผม กราฟละ 1-3 เส้น ดังนั้น การปลูกผม 1000 กราฟ จะหมายถึงได้เส้นผมประมาณ 1000-3000 เส้น ซึ่งเป็นจำนวนกราฟที่ไม่มาก เหมาะกับเคสที่มีปัญหาผมบางในระดับไม่รุนแรง

 

หลังปลูกผมต้องพักฟื้นกี่วัน  

 

หลังปลูกผมแนะนำพักฟื้นอย่างน้อย 2-3 วันค่ะ ทั้งนี้แนะนำปฏิบัติตัวหลังปลูกผมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น นอนศีรษะสูง ไม่ออกแรงเยอะ เลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อให้แผลแห้งเร็วขึ้น 

 

สรุปปลูกผมดีอย่างไร? เลือกเทคนิคไหนดี? 

 

การปลูกผมเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการดูแลปัญหาผมบางศีรษะล้านที่เหมาะสำหรับทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยมีเทคนิคในการปลูกผมที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันออกไป แนะนำเลือกสถานพยาบาลให้ดี และเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวางแผนการปลูกผมได้ตรงจุด รวมถึงควรศึกษาการเตรียมตัวก่อนปลูกผม และวิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผมร่วมด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์การปลูกผมเป็นไปตามที่คาดหวังมากที่สุดค่ะ

 

ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair คลินิกปลูกผม  ดูแลโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญการ ที่เลือกใช้เทคนิคปลูกผมที่แผลเล็ก พักฟื้นระยะสั้น พร้อมด้วยบริการดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ครบครัน มีการดูแลรักษาที่ต่อเนื่องไม่ทอดทิ้งคนไข้  

 

  • Call 02-108-8500
  • LINE O/A : Dr.Orn Clinic
  • Messenger : Dr.Orn Medical Hair Clinic

Dr.Orn Clinic : Medical Hair ดูแลปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ  ประสบการณ์กว่า 12 ปี ดารา นักแสดง นักธุรกิจ จำนวนมาก ต่างยืนยันในผลลัพธ์และมั่นใจ

ADDRESS


นัดปรึกษากับแพทย์ได้ทั้ง 5 สาขา

สาขาหลัก พหลโยธิน 22 ( BTS พหลโยธิน 24 )
สาขา The Mercury Ville@Chidlom
สาขา The Crystal SB Ratchapruek
สาขา Future Park Rangsit
สาขา The Crystal Ekamai-Ramindra


SERVICE


ปลูกผม

ปลูกผม FUE

ปลูกผม FUT

ปลูกคิ้ว

ปลูกหนวด


FOLLOW US


   





Copyright   ®  2023