
โรคดึงผมตัวเอง เป็นความผิดปกติทางจิตที่หลาย ๆ คนอาจคาดไม่ถึง แต่กลับส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและสุขภาพหนังศีรษะได้มากกว่าที่คิดค่ะ ไม่ว่าจะผมร่วงเป็นหย่อม ผมบาง และหัวล้านได้ในที่สุด สำหรับใครที่ไม่อยากเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ Dr.Orn Clinic : Medical Hair เราจะมาสรุปข้อมูลเกี่ยวกับโรคดึงผมตัวเอง พร้อมแนะนำวิธีฟื้นฟูเส้นผมหลังรักษาโรคดึงผมทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งค่ะ
Key Takeaways
โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) คือโรคทางจิตเวชกลุ่มย้ำคิดย้ำทำ (OCD) ผู้ป่วยจะแสดงลักษณะที่ผิดปกติคือการดึงเส้นผมตนเองออกจากหนังศีรษะค่ะ ซึ่งผู้ป่วยจะมีความรู้สึกว่าการดึงผมตัวเองทำให้ผ่อนคลาย สบายใจ และเกิดการดึงผมตัวเองซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบถึงรากผมไม่แข็งแรงจากการถูกทำร้ายซ้ำ ๆ และอาจทำให้เกิดหัวล้าน ได้ในที่สุด
ซึ่งโรคชอบดึงผมตัวเอง สามารถแบ่งความแตกต่างจากพฤติกรรมการดึงผมได้เป็น 2 แบบค่ะ
ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะรู้สึกถึงความไม่พึงพอใจในเส้นผมของตนเอง เช่น เห็นเส้นผมหงิกงอ หรือในบางรายรู้สึกไม่สบายที่หนังศีรษะ คันยุบยิบ หรือเจ็บแปลบ และเมื่อถอนผมตัวเองก็จะรู้สึกโล่งสบาย ทำให้เกิดการเสพติดพฤติกรรมนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุดค่ะ
ทั้งนี้ผู้ป่วยหลายรายอาจไม่ได้มีอาการที่กล่าวไปเบื้องต้น แต่เพียงแค่อยากดึงผมตัวเองคลายเครียด หรือรู้สึกคันไม้คันมืออยากดึงผมเฉย ๆ ก็มีค่ะ
กลับกันกับการดึงผมแบบรู้ตัว คือรู้ป่วยกลุ่มนี้จะชอบดึงผมตัวเองขณะทำกิจกรรมบางอย่างหรือกำลังอยู่ในห้วงความคิดบางประการ เช่น ดึงผมขณะดูทีวี ดึงผมขณะอ่านหนังสือ หรือคิดอะไรเพลิน ๆ ก็เผลอดึงผมตัวเอง ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว และจะรู้ตัวเมื่อมีคนรอบข้างคอยเตือน
ผู้ป่วยส่วนมากมักเกิดอาการทั้งสองแบบร่วมกัน แต่จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวมากกว่าขึ้นอยู่กับแต่ละคนค่ะ
ผู้ป่วยโรคดึงผมตัวเองมักจะแสดงอาการทางพฤติกรรมดังนี้ค่ะ
กรณีที่อาการโรคดึงผมตัวเองรุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการผมบาง ผมร่วงเป็นหย่อม ผมร่วงเยอะมาก ทำให้ต้องพยายามปกปิดสภาพผมด้วยวิธีต่าง ๆ และท้ายที่สุด ผู้ป่วยอาจมีปัญหาด้านการเข้าสังคม และนำมาสู่ภาวะทางจิตที่รุนแรงขึ้นอย่างโรคซึมเศร้าค่ะ
โรคถอนผมตัวเองยังไม่มีสาเหตุการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่ปัจจัยที่พบได้บ่อยคือสภาพทางจิตใจ และสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับพฤติกรรมค่ะ แต่นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการดึงผมตัวเองได้เช่นกัน ไปดูกันค่ะว่าปัจจัยเหล่านี้ไปกระตุ้นให้เกิดโรคดึงผมตัวเองได้อย่างไร?
ผู้ที่มีความเครียดสูง หรือมีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคง มักจะรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย หรือวิตกกังวลมาก จึงต้องมีการตอบสนองบางอย่างเพื่อลดความเครียดลง ซึ่งการดึงผมตัวเองก็อาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ร่างกายตอบสนองเพื่อลดความเครียดค่ะ
ผู้ป่วยโรคดึงผมตัวเองส่วนใหญ่มักจะมีบุคคลในครอบครัว หรือบุคคลรอบข้างมีประวัติเป็นโรคดึงผมตัวเองด้วยเช่นกัน
ผู้ป่วยโรคทางจิตเวชมักมีปัญหาในเรื่องสมดุลของสารเคมีในสมองที่ผิดปกติค่ะ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการแสดงพฤติกรรมได้หลายประการ และอาการชอบดึงผมคัน หรือชอบถอนผมตัวเองก็เป็นอีกพฤติกรรมหนึ่งที่พบได้ค่ะ
ฮอร์โมนมีผลต่ออารมณ์ ผู้ป่วยโรคดึงผมตัวเองบางคนอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งมีโอกาสพบได้มากในวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ระดับฮอร์โมนค่อนข้างแปรปรวนค่ะ
โรคทางจิตเวชหลาย ๆ ประเภท อาทิ โรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวลกลุ่มย้ำคิดย้ำทำ ก็สามารถส่งผลกระทบถึงพฤติกรรมที่ผิดปกติอย่างการดึงผมตัวเองได้
โรคดึงผมตัวเองสามารถส่งผลกระทบได้ในหลาย ๆ ด้าน ตั้งแต่ปัญหาทางสุขภาพ ปัญหาทางจิตใจ และการเข้าสังคมค่ะ
หากผู้ป่วยรู้ตัวหรือมีคนรอบข้างเริ่มทักว่าเริ่มมีพฤติกรรมชอบดึงผม แนะนำว่าให้รีบปรึกษาจิตแพทย์โดยเร็ว เพื่อให้หายจากโรคดึงผมตัวเองก่อนที่ตัวโรคจะเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตค่ะ ยิ่งปล่อยไว้นาน หรือรู้ตัวช้า ยิ่งมีโอกาสที่จะสูญเสียเส้นผม และก่อให้เกิดผมบางหรือหัวล้านได้ในที่สุด

โรคดึงผมตัวเองเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางจิตใจ ดังนั้นการรักษาจึงเน้นไปที่การปรับพฤติกรรมและการใช้ยาค่ะ
การบำบัดทางจิตวิทยาเป็นวิธีการรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม โดยมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยเกิดการรับรู้และยอมรับตัวเองก่อน จากนั้นจึงให้ผู้ป่วยเรียนรู้การหักห้ามพฤติกรรมดึงผม ซึ่งอาจใช้วิธีการเบี่ยงเบนพฤติกรรม หรือวิธีอื่น ๆ ขึ้นกับการตอบสนองในการรักษาของผู้ป่วยค่ะ
โรคดึงผมตัวเองในหลาย ๆ คนอาจเกิดจากความผิดปกติของการหลั่งสารเคมีในสมอง ซึ่งการรักษาต้นเหตุนี้สามารถทำได้ด้วยการใช้ยาเพื่อเข้าไปปรับสมดุลของสารเคมีในสมองให้กลับมาเป็นปกติ โดยตัวยาที่ใช้ก็มีหลากหลายชนิด ทั้งนี้จะใช้ยาตัวไหนขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์ค่ะ
หลังได้รับการรักษาโรคดึงผมตัวเองจากจิตแพทย์แล้ว และต้องการฟื้นฟูสภาพเส้นผมตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ ก็สามารถเข้ารับการรักษากับแพทย์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะต่อได้ค่ะ ซึ่งการฟื้นฟูเส้นผมโดยแพทย์จะมีวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ
การปลูกผม ถาวรเป็นวิธีแก้ไขปัญหาผมบาง หัวล้าน โดยการนำรากผมจากบริเวณที่แข็งแรงไปปลูกถ่ายเส้นผมในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งผลลัพธ์จะทำให้ผมดูเต็มหนังศีรษะอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ แต่วิธีนี้จะต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อให้รากผมที่เก็บมาสมบูรณ์และมีโอกาสปลูกถ่ายติดสูงขึ้นค่ะ
ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair คลินิกปลูกผม ถาวรด้วยเทคนิค FUE โดยใช้หัวเจาะขนาดเล็กเพื่อให้ขั้นตอนการเจาะเก็บรากผมเกิดแผลเล็ก ซึ่งสามารถลดระยะพักฟื้นได้มีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ป่วยที่ยังมีรากผมเหลืออยู่ แพทย์มักแนะนำให้รักษาด้วยการใช้ยาปลูกผม ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูให้รากผมแข็งแรงขึ้น และให้ผมกลับมางอกใหม่ได้เป็นปกติ
โดยตัวยาปลูกผมที่ใช้มีอยู่หลายชนิด ซึ่งจะมีกลไกการรักษาที่ต่างกันไปค่ะ
เลือกใช้เซรั่มปลูกผม ที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ วิตามิน และเปปไทด์ ซึ่งช่วยบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง ลดปัญหาผมบาง และเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เส้นผมดูหนา มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ค่ะ
การดูแลเส้นผมสำหรับคนที่มีภาวะผมบาง เริ่มต้นได้จากการเลือกแชมพูให้เหมาะสม ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีพาราเบน ซัลเฟต หรือสารแต่งสี เพราะส่วนผสมเหล่านี้อาจทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคือง และส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้นแทนที่จะดีขึ้น
ในทางกลับกัน ควรเลือกแชมพูลดผมร่วงที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ เพื่อช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรง และลดการหลุดร่วงได้อย่างอ่อนโยน นอกจากนี้แนะนำว่าควรใช้ Hair Growth Serum บำรุงผมร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูเส้นผมให้ดูหนาและสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นค่ะ
การดูแลเส้นผมจากภายในสามารถทำได้ด้วยการรับประทานวิตามินบำรุงผม เพื่อชดเชยหรือเสริมสารอาหารที่อาจได้รับไม่เพียงพอ ซึ่งการได้รับวิตามินบำรุงผมอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายสามารถนำวิตามินไปใช้บำรุงและฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะได้อย่างเต็มที่ค่ะ
การทำหัตถการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหาผมร่วงผมบางได้ ซึ่งหัตถการที่นิยมในปัจจุบันมีดังนี้
การรักษาโรคดึงผมตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ การให้ความร่วมมือกับแพทย์เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งผู้ป่วยสามารถให้ความร่วมมือในการรักษาด้วยการลดพฤติกรรมดึงผมตัวเองได้ด้วยวิธีเหล่านี้ค่ะ
ปกติแล้วเส้นผมสามารถงอกใหม่ได้ แต่หากดึงผมมากไป หรือดึงผมซ้ำ ๆ จนรากผมถูกทำลาย ก็อาจทำให้เส้นผมที่ขึ้นมาใหม่ค่อย ๆ อ่อนแอลง และสุดท้ายอาจไม่ขึ้นอีกเลยค่ะ
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ ในเบื้องต้น หากอาการไม่รุนแรงมาก อาจเริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรมด้วยตนเอง แต่หากลองทำแล้วอาการก็ไม่ดีขึ้นก็แนะนำให้พบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
แม้ว่าโรคดึงผมตัวเองจะไม่ใช่โรคอันตราย แต่หากปล่อยไว้ไม่รักษาก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ หากเริ่มรู้ตัวหรือเริ่มมีคนทักว่ามีพฤติกรรมดึงผมตัวเอง แนะนำให้พบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เมื่อรักษาโรคดึงผมตัวเองหายแล้ว และมีความกังวลเรื่องสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ก็แนะนำให้เข้าพบแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อฟื้นฟูสภาพเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง แลดูสุขภาพดี เสริมความมั่นใจให้กับตนเองได้อีกครั้งค่ะ
ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair คลินิกดูแลเส้นผมและหนังศีรษะโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผมและหนังศีรษะ ให้การรักษาผู้ป่วยโรคดึงผมตัวเองด้วยหัตถการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การทำทรีตเมนต์ ไปจนถึงการปลูกผมถาวร เพื่อให้เส้นผมและหนังศีรษะที่ถูกทำร้ายกลับมาแข็งแรงสุขภาพดี สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการทุกท่านค่ะ
สนใจติดต่อสอบถาม