0

ปลูกผมที่ไหนดี? เลือกคลินิกปลูกผมอย่างไรให้ได้ผลจริง และคุ้มค่า


2025-03-21 08:06:36
#ปลูกผม

ปัจจุบันปัญหาผมร่วงถือเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญอยู่ตลอด ทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจไม่น้อยเลยค่ะ เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็ต้องหาวิธีในการเรียกคืนเส้นผมให้กลับมาดกหนาอีกครั้ง   ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะเรียกคืนความมั่นใจได้ดีเลยก็คือการปลูกผมนั่นเองค่ะ

 

ผมร่วง หาหมอที่ไหนดี? การปลูกผมไม่ใช่ที่ไหนก็ทำได้ จำเป็นต้องมีการเลือกคลินิกปลูกผมที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีค่ะ ซึ่งในบทความนี้ Dr.Orn Clinic : Medical Hair จะพาทุกคนมาดูว่ามีปัจจัยใดบ้างในการเลือกปลูกผมที่ไหนดีให้ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด และคุ้มค่ามากที่สุดกันค่ะ

 


วิธีการปลูกผมในปัจจุบันมีอะไรบ้าง

 

ก่อนจะไปดูว่าควรเลือกคลินิกปลูกผมที่ไหนดีนั้น ควรมาศึกษาวิธีการปลูกผมในปัจจุบันว่ามีเทคนิคหรือวิธีการอย่างไรกันก่อนค่ะ เพื่อที่จะสามารถเลือกวิธีปลูกผมให้เหมาะกับความต้องการของตัวเองได้อย่างตรงจุด โดยวิธีการปลูกผมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้มีดังนี้

 

เทคนิคปลูกผม FUT 

 

เทคนิคปลูกผม FUT จะมีการผ่าตัดบริเวณท้ายทอย หรือบริเวณที่รากผมแข็งแรงเพื่อเก็บเอาเซลล์รากผมมาปลูกบริเวณที่ต้องการรักษา ทำให้ผู้เข้ารับบริการปลูกผมด้วยเทคนิคนี้จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาในการพักฟื้นค่อนข้างนาน และอาจรู้สึกเจ็บปวดบาดแผลมากกว่าเทคนิคอื่น ๆ 

 

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการปลูกผม FUT นั้นมีความถาวร ผมที่ขึ้นใหม่มีความหนาแน่นที่ดี เนื่องจากเซลล์รากผมส่วนใหญ่ที่แยกออกมานั้นมีสภาพที่สมบูรณ์กว่าการใช้เครื่องมือเจาะเก็บเซลล์รากผมอย่างเทคนิค FUE ค่ะ

 

เทคนิคปลูกผม FUE 

 

เทคนิคปลูกผม FUE ต้องอาศัยอุปกรณ์เจาะเซลล์รากผมที่มีขนาด 0.8-1.2 เซนติเมตร ในการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณที่รากผมแข็งแรงมาปลูกบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลปัญหาผมบางหรือหนังศีรษะล้านระดับปานกลางถึงรุนแรง 

 

ทั้งนี้เทคนิคปลูกผม FUE จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญการของแพทย์ในการเจาะเก็บเซลล์รากผมและปลูกผม มิเช่นนั้นรากผมที่ดึงออกมาอาจอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์และทำให้ผลลัพธ์ของการปลูกผมไม่เป็นที่น่าพึงพอใจได้ในภายหลัง

 

นอกจากการปลูกผมแบบ FUT และ FUE ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair เราภูมิใจเสนอการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair ซึ่งเป็นการพัฒนาการปลูกผมในรูปแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) ที่เน้นการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นตรงตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการ

 

เทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair 

 

ทีมแพทย์และผู้ช่วยที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair มีความชำนาญการในด้านการปลูกผม โดยใช้เทคนิคFUE ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงและต้องการฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาดูหนาและสุขภาพดีอีกครั้ง โดยเทคนิคนี้จะช่วยให้การปลูกผมของคุณมีความแม่นยำและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

 

ขั้นตอนการปลูกผมของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair 

 

  1. การเลือกกราฟผม ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการเจาะและเก็บกราฟผมจากบริเวณที่มีสุขภาพดี
  2. การคัดแยกและหั่นกราฟ คัดแยกและหั่นกราฟที่สมบูรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละกราฟจะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. การปลูกผม วางกราฟผมในตำแหน่ง ทิศทางที่เหมาะสมบนหนังศีรษะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

 

ซึ่ง Dr.Orn Clinic : Medical Hair จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เครื่องมือที่หลากหลาย ที่ผ่านการร่วมวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การปลูกผมที่มาตรฐานและรักษาคุณภาพของผลลัพธ์

 

จุดเด่นของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair

 

  • ไม่ต้องตัดผมก็ปลูกผมได้ ในหลายเคสที่กังวลว่าต้องโกนหรือตัดผมหรือไม่ เทคนิคนี้มีการพัฒนาการปลูกผม 2 วิธี ดังนี้
    1. Non shave: คือการไม่ต้องตัด หรือไถผมที่ท้ายทอย
    2. Long hair: คือการไม่ตัดผมท้ายทอย และนำผมยาวประมาณ 4-6 ซม. มาปลูกผมเพื่อให้เห็นทิศผมหลังปลูกทันที 
  • การพักฟื้นระยะสั้น เจ็บน้อย ด้วยความชำนาญการของแพทย์ ประกอบกับการใช้อุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก จะช่วยให้การพักฟื้นสั้นลง มีอาการเจ็บระบมน้อย ตอบโจทย์กับผู้ที่กังวลปัญหาการพักฟื้นหลังปลูก
  • ทีมแพทย์มืออาชีพ ทีมแพทย์ของเรามีความชำนาญการด้านในการปลูกผมและมีประสบการณ์มากมายในการดูแลผู้เข้ารับบริการในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา
  • ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เทคนิคนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผลลัพธ์ที่มีความคล้ายผมที่ขึ้นเองและสามารถแก้ปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด
  • การดูแลหลังการรักษา เรามีการดูแลผู้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำแนะนำและคำปรึกษาหลังการรักษา



ทำไมต้องให้ความสำคัญในการเลือกคลินิกปลูกผม

 

การเลือกรักษาผมร่วงที่ไหนดี หรือเลือกคลินิกปลูกผมที่ไหนดีเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมาก เพราะการปลูกผมจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญการของแพทย์และเลือกใช้เทคนิคหรือเครื่องมือ อุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ ที่ได้มาตรฐานเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับผลลัพธ์การปลูกผมที่เห็นผลจริงและห่างไกลจากผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ปลูกผมแล้วผมไม่ขึ้น หรือรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อ และส่งผลเสียต่อสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมในระยะยาว

 

ปลูกผมที่ไหนดี? เทคนิคการเลือกคลินิกปลูกผม


รักษาผมร่วงที่ไหนดี

 

การเลือกคลินิกเพื่อปลูกผม หรือคลินิกรักษาผมร่วงที่ไหนดีให้ตอบโจทย์ความต้องการเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาว่าปลูกผมที่ไหนดี มีดังนี้

 

ประสบการณ์ของแพทย์

 

ปัจจัยแรกในการเลือกรักษาผมร่วง โรงพยาบาลไหนดี หรือเลือกคลินิกปลูกผมที่ไหนดีคือการพิจารณาจากประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำหัตถการ เพื่อให้มั่นใจว่าแพทย์มีความสามารถในการประเมินปัญหา ออกแบบการรักษา และเลือกใช้เทคนิคปลูกผมที่เหมาะสมกับผู้เข้ารับบริการมากที่สุด ที่สำคัญต้องเป็นแพทย์จริงที่สามารถตรวจกับทางแพทยสภาได้อีกด้วยค่ะ

 

มาตรฐานการรักษาและใบรับรอง

 

ควรเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานการรักษาที่ดีและได้รับการอนุญาตให้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันต้องเลือกคลินิกที่สะอาด ปลอดเชื้อ มีมาตรการในการดูแลความสะอาดในการทำหัตถการอย่างเคร่งครัด

 

เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้

 

เทคนิค เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ในการปลูกผมนั้นมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะของผู้เข้ารับบริการที่แตกต่างกันออกไป แนะนำว่าควรเลือกคลินิกปลูกผม ที่ไหนดีที่มีการใช้เครื่องและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน รวมถึงต้องปลอดเชื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ผลลัพธ์ในการปลูกผมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ

 

ผลงานที่ผ่านมาและรีวิวจากลูกค้า

 

นอกจากการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทางคลินิกปลูกผมแล้ว การดูผลงานที่ผ่านมา หรือรีวิวจากผู้เข้าใช้บริการจริงก็เป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบการตัดสินใจว่าควรเลือกปลูกผมที่ไหนดีด้วยเช่นกันค่ะ และแนะนำว่าควรตรวจสอบรีวิวจากหลาย ๆ แหล่งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นกลางและมั่นใจในความน่าเชื่อถือของคลินิกมากขึ้นค่ะ

 

ราคาที่ไม่ถูกเกินไป

 

การเลือกคลินิกปลูกผมราคาที่ถูกเกินไปอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคลินิกหรือสถานพยาบาลนั้น ๆ มีการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีแพทย์ที่ขาดความชำนาญการในการปลูกผมได้ ฉะนั้นควรเลือกคลินิกปลูกผมที่มีราคาสมเหตุสมผล และต้องตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้แน่ชัดเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เพิ่มเติมค่ะ

 

การดูแลหลังการรักษา

 

ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการปลูกผมนั้นค่อนข้างนาน การเลือกคลินิกปลูกผมที่มีการดูแลหลังการรักษา หรือการติดตามผลลัพธ์การรักษาอยู่ตลอดสามารถช่วยให้ได้ผลลัพธ์การปลูกผมเป็นไปตามที่คาดหวังได้ และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาอีกด้วยค่ะ

 


ปลูกผมที่ไหนดี? เลือกปลูกผมที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair ดีกว่าอย่างไร

 

ที่ปลูกผม

 

ทีมแพทย์มีประสบการณ์ปลูกมากกว่า 9,500 เคส

 

Dr.Orn Clinic : Medical Hair มีประสบการณ์นานกว่า 12 ปี ผ่านเคสปลูกผมมาแล้วไม่น้อยกว่า 9,500 เคส รวมถึงได้รับความไว้วางใจจากดารา นักแสดง นักธุรกิจจำนวนมาก 

 

มีเทคนิคปลูกผมถาวรเฉพาะที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair

 

ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair โดดเด่นเรื่องการปลูกผม โดยเฉพาะการปลูกผมเทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hairเทคนิคปลูกผมถาวรที่วิจัยและพัฒนาเทคนิคร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในการเลือกใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และที่สำคัญแผลเล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นไม่นานอีกด้วยค่ะ

 

มีหัตถการสำหรับผม ตอบโจทย์ทุกปัญหา

 

นอกจากเทคนิค FUE ในรูปแบบของ Dr.Orn Clinic : Medical Hair ที่นี่ยังมีหัตถการสำหรับดูแลปัญหาสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างหลากหลายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

 

  • SVF HAIR CELL injection

ทางเลือกการรักษาปัญหาผมร่วง ผมบางด้วยการใช้เนื้อเยื่อรากผมและเนื้อเยื่อไขมันของผู้เข้ารับบริการมาสกัดพร้อมฉีดรักษาทั่วบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหา เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถปลูกผมได้ หรือสามารถทำควบคู่ไปกับการปลูกผมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นได้ค่ะ

 


  • BPA injection

BPA ผม (Blood Platelet Activation) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในหัตถการ PRP ผม แต่มีความแตกต่างจาก PRP ปกติตรงเครื่องที่ใช้ในการแยกชั้นเลือด จำนวนรอบปั่นเลือด การเก็บ และวิธีการฉีดลงหนังศีรษะ สำหรับ BPA เป็นการใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการมาผ่านกระบวนการคัดแยกเกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีคุณสมบัติซ่อมแซมเซลล์ เพื่อนำมาฉีดบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาเพื่อบำรุงรากผม ลดผมร่วง ลดการอักเสบบริเวณหนังศีรษะ โดยแนะนำให้เข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 1-3 เดือน ติดต่อกัน 3-5 ครั้ง ร่วมกับทานวิตามินหรือทำทรีตเมนต์ เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น 

 

  • Hair treatment
    1. Hair Booster Program : โปรแกรมเบื้องต้น ในการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ โดยใช้วิตามินสูตรบำรุงผม สะกิดทั่วศีรษะ และฉายแสง LLLT เหมาะกับปัญหาความรุนแรงของเส้นผมที่ไม่มาก 
    2. Triple H Solution Program : โปรแกรมดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ โดยใช้วิตามินเข้มข้นในกลุ่ม Hair Loss Control สะกิดทั่วศีรษะ ผลักวิตามินเข้ารากผม และฉายแสง LLLT เพื่อช่วยลดการร่วงบางของผม กระตุ้นรากผมให้แข็งแรง โดยมีสูตรสำหรับคนทั่วไป คนผิวแพ้ง่าย ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
    3. Hair Revive Program : เป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์ปัญหาได้จำเพาะเจาะจงมากขึ้น เพราะมีการแยกสูตรวิตามินบำรุงผมสำหรับเพศชาย และหญิง มีการสะกิด 2 ขั้นตอน ผลักวิตามิน 2 ขั้นตอน และฉายแสง LLLT เนื่องจากกลไกการร่วงบางในแต่ละเพศจะมีความแตกต่างกัน การแยกสูตรการรักษาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์มากขึ้น
  • Scalp treatment
    1. Sensitive Program : โปรแกรมช่วยลดการอักเสบ ลดรังแค ลดอาการคัน เหมาะกับกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาเซบเดิร์ม สะเก็ดเงิน ผิวแพ้ง่ายระคายเคืองง่าย แพ้สารเคมี
    2. Oxy Deep Cleansing Program : โปรแกรมทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน โดยใช้พลังงานจากเครื่อง Nano-mist ทำความสะอาดขุย รังแค คราบมัน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารังแค ผมมันง่าย ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย
    3. Detox Scalp Program : เป็นโปรแกรมทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างล้ำลึก โดยใช้พลังงานจากเครื่อง DR.Orn Water Pressure (DOWP) ทำความสะอาดขุย รังแค คราบมัน สารเคมีตกค้าง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารังแคหนา คราบมัน สารเคมีตกค้าง

 

มีโปรแกรมตรวจสุขภาพเส้นผม 12 รายการ

 

เพื่อให้ทราบว่าผู้เข้ารับบริการกำลังเผชิญกับปัญหาผมร่วงที่เกิดจากสาเหตุอะไร มีสภาพหนังศีรษะหรือสุขภาพเส้นผมเป็นอย่างไร รวมถึงควรออกแบบการรักษาอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair จึงมีโปรแกรมตรวจสุขภาพเส้น 12 รายการ ดังนี้

 

  1. Doctor Consultation เข้ารับการปรึกษาและซักประวัติสุขภาพกับแพทย์
  2. Hair Bank Score ประเมินระดับความรุนแรงของสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ
  3. Scalp Imaging ตรวจสภาพหนังศีรษะว่ามีลักษณะมัน แห้ง มีรังแค หรือมีการอักเสบใด ๆ หรือไม่
  4. Hair Keratin Analysis วิเคราะห์เปลือกผมด้วยการส่องกล้องที่มีกำลังขยายสูง
  5. Hair Density Analysis วิเคราะห์ความหนาแน่นและระยะห่างของเส้นผม
  6. Hair Pore Analysis วิเคราะห์จำนวนเส้นผมที่ขึ้นต่อ 1 รูขุมขน
  7. Hair Thickness Analysis วิเคราะห์ขนาดเส้นผมแบบละเอียดว่ามีขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่
  8. Hair Pulling Test ตรวจวัดความแข็งแรงของรากผมที่เกาะอยู่บนหนังศีรษะ
  9. Hair Tug Test ตรวจสอบความแข็งแรงของเส้นผมว่าขาดหลุดร่วงง่ายหรือไม่
  10. Hairline Design แพทย์ออกแบบแนวผมให้รับกับกรอบหน้า
  11. Plan for Personalized Medicine วางแผนการรักษาพร้อมจ่ายยา หรือผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างตรงจุด
  12. LLLT หรือ Low Level Laser Therapy ฉายแสงสีแดงเพื่อกระตุ้นความแข็งแรงของรากผม 


เดินทางสะดวก

 

ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair เดินทางได้สะดวกสบายด้วย BTS สามารถนัดปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางได้ทั้ง 6 สาขาด้วยกัน ได้แก่

 

  • สาขาหลัก พหลโยธิน 22 ( BTS พหลโยธิน 24 )
  • สาขา The Mercury Ville@Chidlom
  • สาขา The Crystal SB Ratchapruek
  • สาขา Future Park Rangsit
  • สาขา The Crystal Ekamai-Ramindra
  • สาขา Central Rama 2 

 


เตรียมตัวก่อนปลูกผมอย่างไรให้ถูกต้อง

 

มากไปกว่าการเลือกปลูกผมที่ไหนดีแล้ว หนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือการเตรียมตัวก่อนปลูกผมอย่างถูกต้องค่ะ เพื่อให้การปลูกผมเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจมากที่สุด ดังนี้

 

  • เข้ารับการปรึกษาแพทย์เพื่อเข้าใจถึงปัญหา เทคนิคปลูกผม และรับการซักประวัติสุขภาพ ประวัติแพ้ยา 
  • แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาประจำตัว ประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการประเมินว่าสามารถเข้ารับการปลูกผมได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษใด ๆ หรือไม่
  • งดรับประทานวิตามิน ยา และอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กลุ่มยาละลายลิ่มเลือด กลุ่มยา NSAIDs วิตามิน E น้ำมันตับปลา สารสกัดแปะก๊วยอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • เลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง
  • ในช่วงก่อนปลูกผมประมาณ 2-3 วัน ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน

 

ข้อปฏิบัติตัวหลังการปลูกผม

 

การดูแลตัวเองหลังปลูกผมตามที่หมอปลูกผมสั่งเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างมากเพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ในการปลูกผมจะออกมาดูเป็นสวยตามที่หวังไว้มากที่สุดและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ผิดปกติหลังปลูกผมค่ะ โดยข้อปฏิบัติตัวหลังการปลูกผมมีดังนี้

 

  • ทานยาและดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์ พร้อมติดตามผลและนัดตรวจตามที่แพทย์นัดหมายทุกครั้ง
  • นอนยกศีรษะสูง หรือหนุนหมอนสูงอย่างน้อย 24-72 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันอาการบวม
  • งดสระผม หรือให้แผลปลูกผมสัมผัสน้ำ 3 วัน 
  • หากมีอาการบวมสามารถใช้น้ำแข็งประคบบริเวณหน้าผากได้
  • งดแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด แนะนำรอให้สะเก็ดแผลหลุดเองโดยธรรมชาติ 
  • งดทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก และระมัดระวังไม่ให้เกิดการกระแทกบริเวณศีรษะเพื่อป้องกันกราฟผมหลุดในช่วง 14 วันแรกหลังปลูก
  • เลี่ยงสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง เพื่อให้แผลแห้งเร็ว
  • ช่วง 14 วันหลังปลูก เริ่มบำรุงเส้นผมด้วยการทำทรีตเมนต์ ทานและหยอดวิตามินตามแพทย์แนะนำ 
  • ติดตามอาการกับแพทย์ตามนัดทุกครั้ง อย่างสม่ำเสมอ

 

ปลูกผมที่ไหนดี? เลือกคลินิกให้ตรงใจ และเห็นผล

 

หากตัดสินใจว่าจะปลูกผมที่ไหนดีเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด และคุ้มค่าคุ้มราคา ควรพิจารณาทั้งจากความชำนาญการของแพทย์ มาตรฐานคลินิก เทคนิคปลูกผมที่ทันสมัย มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงที่น่าเชื่อถือ และควรมีการดูแลหลังการรักษาร่วมด้วยค่ะ 

 

ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair คลินิกปลูกผมที่โดดเด่นด้วยเทคนิคปลูกผมไม่ต้องผ่าตัด ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ปลูกผมมาไม่ต่ำกว่า 9,500 เคส และมีโปรแกรมดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอีกมากมาย ที่สำคัญได้รับความไว้วางใจจากดารา นักแสดง นักธุรกิจชื่อดังของประเทศ พร้อมด้วยบริการดูแลหลังการรักษาอย่างใกล้ชิด 

 

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายปรึกษากับทีมแพทย์ ได้ที่ Dr.Orn Clinic : Medical Hair 6 สาขาทั่วกรุงเทพ หรือช่องทางติดต่อดังต่อไปนี้ 

 

  • Call 02-108-8500
  • LINE O/A : Dr.Orn Clinic
  • Messenger : Dr.Orn Medical Hair Clinic

 









Dr.Orn Clinic: Medical Hair – Specialized care for hair and scalp issues by certified medical experts. With over 12 years of experience, numerous celebrities, actors, and business professionals trust and confirm the results with confidence.

ADDRESS

consult with a doctor at all 5 branches

 

•  Phahonyothin 22

•  Mercury Ville Chidlom, 4th floor

•  The Crystal SB Ratchapruek, 2nd floor

•  Zpell Rangsit

•  The Crystal Ekamai-Ramindra

FOLLOW US


      

Copyright   ®  2023